สังขารไม่ยั่งยืน : เมืองทอง เมืองธรรม

สังขารทั้งหลายจริงๆ  แล้วก็ไม่ยั่งยืน  สรีระเผาแล้วก็เหลือเป็นเพียงอัฐิ เป็นธาตุสลายไป ร่างกายนี้ก็เป็นดินน้ำลมไฟ  ชีวิตคนเราก็หนีความเป็นอย่างนี้ไม่พ้น  ที่สุดก็จะต้องทิ้งร่างโถมทับแผ่นดินหาสาระมิได้

แต่สำหรับผู้ที่ได้เข้าถึงธรรม บรรลุธรรม  สังขารที่ได้มานี้ก็สร้างสารประโยชน์ให้แก่ตนเอง  พัฒนาตนเองให้หลุดพ้น ให้พ้นทุกข์  แต่ถ้าสังขารชีวิตนี้ที่ได้มาแล้วยังประมาทอยู่  ก็ไม่พ้นจากพญามัจจุราช ไม่พ้นจากเครื่องผูกแห่งมาร  จะต้องเวียนเกิดเวียนตาย จะต้องเศร้าโศกจากความเกิด จากความแก่  ความเจ็บ ความตาย จะต้องทุกข์คร่ำครวญร้องไห้พิไรรำพันจากการที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก  พลัดพรากจากการที่ไม่ประสบกับสิ่งอันพึงปรารถนา  จากการที่ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้ดังปรารถนา ต้องทุกข์แล้วทุกข์อีก เป็นอย่างนี้ไปไม่จบไม่สิ้น

น้ำตาของแต่ละคนถ้านำมารวมกันได้  ก็จะมากกว่าน้ำในมหาสมุทร กระดูกถ้านำมารวมกันได้ก็จะมากกว่าภูเขา กองใหญ่โตกว่าภูเขา  นี่คือความทุกข์ของแต่ละชีวิตที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่เพียงพอที่เราจะพิจารณาให้เกิดความสังเวช  เกิดความสลดใจ แล้วก็เร่งขวนขวายพากเพียรประพฤติปฏิบัติเพื่อความดับทุกข์

พระพุทธเจ้าก็ปรินิพพานไปแล้ว พระสาวกพระอรหันต์ก็ปรินิพพานกันไปมากแล้ว หมดแล้ว แม้แต่ครูบาอาจารย์หลวงปู่ หลวงพ่อท่านก็มรณภาพกันไปหมด ไปตามๆ  กันแล้ว นับวันนับเวลาก็ยิ่งน้อยลงไป ผู้ที่จะแนะนำสั่งสอนที่จะบอกทางให้ก็ยิ่งน้อยลงไป วันเวลาชีวิตของเราสั้นลงน้อยลง  แล้วเมื่อไหร่เราจะทำที่สุดแห่งทุกข์ให้ตัวเราได้  ถ้าเราไม่พากเพียร  ถ้าเราไม่ประพฤติธรรม  อย่างน้อยก็ทำกายของเราให้สุจริต ทำวาจาของเราให้สุจริต ทำใจของเราให้สุจริต อย่าทำกายของเราให้เป็นบาปด้วยการฆ่าสัตว์ ด้วยการลักทรัพย์ ด้วยการประพฤติในกาม ด้วยการประพฤติผิดพรหมจรรย์  อย่าทำวาจาของเราให้เป็นบาปด้วยการโกหก  ส่อเสียด หยาบคาย เพ้อเจ้อ อย่าทำใจของเราให้เป็นบาปด้วยการคิดละโมบโลภในสิ่งที่ไม่ใช่ของตนมาเป็นของตนด้วยไม่ชอบธรรม อย่าทำใจของเราให้พยาบาทอาฆาตมาดร้ายต่อผู้อื่น  อย่าทำใจของเราให้เห็นผิดจากทำนองคลองธรรม

ให้จิตใจของเรามีสติปัญญา เชื่อกรรมและผลของกรรม ว่าบุญบาปมีจริง ผลของบุญของบาปมีจริง เรามีกรรมเป็นของของตนจริง  พระพุทธเจ้าแสดงตรัสรู้ไว้จริง มีความเห็นชอบ เชื่อมั่นในคำสอนพระองค์  เดินตามหลักคำสอนพระองค์  เราก็จะปลอดภัย แล้วเราก็จะประสบความสันติสุขได้ในที่สุด

ขอความสุขความเจริญในธรรมจงมีแก่ทุกท่านเทอญ
พระภาวนาเขมคุณ  (สุรศักดิ์ เขมรังสี )
ที่มา…ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

0